นโยบายนี้ใช้กับเว็บไซต์ Law Craft (ส่วนเว็บไซต์สาธารณะ ฟอร์มติดต่อปรึกษากฎหมาย และระบบหลังบ้านร่างคำฟ้อง) อธิบายว่าเราเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอะไร เพราะเหตุใด เก็บนานเท่าใด เปิดเผยแก่ใคร และคุณใช้สิทธิของตนได้อย่างไร
1. ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
สำนักงานกฎหมาย ลอว์คราฟต์ Law Craft Legal Consultants
สำนักงานแห่งใหญ่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด พีซีเจ เอ็นจิเนียริ่ง
173 หมู่ที่ 7 ตำบลคูเมือง อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ
ทะเบียนนิติบุคคลเลขที่ 0363569001102
2. ข้อมูลที่เราเก็บ
| ช่องทาง | ข้อมูล |
|---|---|
| ฟอร์มติดต่อปรึกษากฎหมาย | ชื่อ-นามสกุล ช่องทางติดต่อกลับ (โทรศัพท์ / LINE / อีเมล) ประเภทเรื่อง จังหวัดที่เกิดเหตุ วันที่เกิดเหตุ (ถ้ากรอก) และรายละเอียดเรื่องที่คุณเขียนเอง รวมถึงข้อมูลของบุคคลอื่นที่คุณระบุในเรื่อง |
| การเข้าใช้เว็บไซต์ | ข้อมูลทางเทคนิคขั้นพื้นฐานที่เซิร์ฟเวอร์ผู้ให้บริการโฮสติ้งบันทึกโดยอัตโนมัติ เช่น หมายเลข IP ชนิดเบราว์เซอร์ วันเวลาที่เข้า และหน้าที่เปิด เพื่อความปลอดภัยและแก้ไขปัญหา |
| ระบบหลังบ้าน (เฉพาะเจ้าหน้าที่) | ชื่อ อีเมล และรูปโปรไฟล์จากบัญชี Google ที่ใช้เข้าสู่ระบบ ข้อมูลคดีและคู่ความที่เจ้าหน้าที่บันทึก เช่น ชื่อ เลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ ข้อมูลติดต่อ ข้อเท็จจริงของคดี |
เราไม่ใช้คุกกี้โฆษณาหรือเครื่องมือติดตามพฤติกรรมเพื่อการตลาดบนเว็บไซต์สาธารณะ
3. วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในการประมวลผล
- ตอบกลับและให้คำปรึกษาเบื้องต้น — ใช้ข้อมูลในฟอร์มเพื่อตรวจสอบเรื่อง ติดต่อกลับ และประเมินว่าสำนักงานช่วยเหลือได้หรือไม่ (ฐาน: ความยินยอมของคุณ และการดำเนินการตามคำขอของคุณก่อนเข้าทำสัญญา)
- จัดทำเอกสารและดำเนินคดีให้ลูกความ — เมื่อคุณตกลงใช้บริการ ใช้ข้อมูลคดีเพื่อร่างคำฟ้อง คำร้อง และเอกสารยื่นศาล (ฐาน: การปฏิบัติตามสัญญา และการใช้/ป้องกันสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย)
- รักษาความปลอดภัยและป้องกันการใช้งานที่ผิดปกติ เช่น จำกัดจำนวนการส่งฟอร์มต่อชั่วโมง ตรวจจับการส่งข้อความอัตโนมัติ (ฐาน: ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของเรา)
- ปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น กฎหมายภาษี กฎหมายว่าด้วยการประกอบวิชาชีพ คำสั่งของศาลหรือเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจ (ฐาน: หน้าที่ตามกฎหมาย)
เราไม่ขายข้อมูลของคุณ และไม่ใช้ข้อมูลในฟอร์มปรึกษาเพื่อส่งโฆษณาโดยไม่ได้รับความยินยอมแยกต่างหาก
4. ระยะเวลาเก็บรักษา
- ข้อความปรึกษาที่ไม่ได้เป็นลูกความ — เก็บเท่าที่จำเป็นต่อการตอบกลับและติดตามเรื่อง และลบหรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวตนได้ภายใน 12 เดือนนับแต่ปิดเรื่อง
- ข้อมูลคดีของลูกความ — เก็บตลอดระยะเวลาที่ให้บริการ และต่อไปตามระยะเวลาที่กฎหมายหรือมาตรฐานวิชาชีพกำหนด หรือที่จำเป็นต่อการใช้และป้องกันสิทธิเรียกร้อง (โดยทั่วไปไม่เกิน 10 ปีนับแต่คดีถึงที่สุดหรือเลิกสัญญา)
- บันทึกทางเทคนิค — ตามรอบของผู้ให้บริการโฮสติ้ง โดยทั่วไปไม่เกิน 90 วัน
ระยะเวลาข้างต้นเป็นค่าตั้งต้นที่สำนักงานต้องตรวจและยืนยันก่อนใช้จริง
5. การเปิดเผยข้อมูลและผู้ให้บริการ
เราเปิดเผยข้อมูลเท่าที่จำเป็นแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
- ผู้ให้บริการระบบ ที่ประมวลผลแทนเรา ได้แก่ Supabase (ฐานข้อมูลและระบบยืนยันตัวตน) Vercel (โฮสติ้งเว็บไซต์) และ Google (การเข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Google ของเจ้าหน้าที่ และการโหลดฟอนต์ตัวอักษรจาก Google Fonts ซึ่งทำให้ Google ได้รับหมายเลข IP ของเบราว์เซอร์คุณ)
- ศาล หน่วยงานรัฐ และบุคคลอื่นในกระบวนพิจารณา เฉพาะเมื่อคุณเป็นลูกความและต้องยื่นเอกสารหรือดำเนินการตามกฎหมาย
- ที่ปรึกษาวิชาชีพของเรา เช่น ผู้สอบบัญชี ภายใต้หน้าที่รักษาความลับ
- เจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจตามกฎหมาย เมื่อมีหมาย คำสั่ง หรือกฎหมายบังคับ
ผู้ให้บริการทุกรายได้รับข้อมูลเฉพาะที่จำเป็นต่อการให้บริการ และเราให้เข้าถึงข้อมูลคดีได้เฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ได้รับสิทธิ์
6. การส่งหรือโอนข้อมูลไปต่างประเทศ
ผู้ให้บริการบางรายอาจเก็บหรือประมวลผลข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์นอกประเทศไทย เราเลือกผู้ให้บริการที่มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลตามมาตรฐานสากล และจะดำเนินการให้การโอนข้อมูลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
7. การรักษาความปลอดภัย
- เว็บไซต์ใช้การเข้ารหัสการเชื่อมต่อ (HTTPS)
- ฐานข้อมูลเปิดให้ผู้เยี่ยมชมทั่วไป “ส่งข้อความได้อย่างเดียว” อ่านข้อมูลของผู้อื่นไม่ได้ ข้อมูลคดีและข้อความปรึกษาอ่านได้เฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการยืนยันตัวตนและได้รับสิทธิ์
- จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงตามความจำเป็นของหน้าที่ และมีช่องป้องกันการส่งข้อความอัตโนมัติ
แม้เราใช้มาตรการที่เหมาะสม ไม่มีระบบใดปลอดภัยสมบูรณ์ หากพบเหตุละเมิดข้อมูลที่มีความเสี่ยงต่อสิทธิของคุณ เราจะแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและแจ้งคุณตามเวลาที่กฎหมายกำหนด
8. คุกกี้และที่เก็บข้อมูลในเครื่อง
เว็บไซต์สาธารณะใช้ที่เก็บข้อมูลในเบราว์เซอร์ (localStorage) เพียงเพื่อจำค่าที่คุณตั้งเอง เช่น ตัวกรองที่เลือก เท่านั้น ส่วนระบบหลังบ้านใช้ข้อมูลเซสชันของการเข้าสู่ระบบเพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้งานต่อเนื่อง คุณลบข้อมูลเหล่านี้ได้เองจากการตั้งค่าของเบราว์เซอร์
9. สิทธิของคุณ
ตามกฎหมาย คุณมีสิทธิ
- ขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ
- ขอให้แก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
- ขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวตนได้ เมื่อไม่มีเหตุให้เก็บต่อ
- ขอให้ระงับการใช้ หรือคัดค้านการประมวลผลในบางกรณี
- ขอรับ/ขอให้ส่งข้อมูลในรูปแบบที่อ่านได้ด้วยเครื่อง (ในกรณีที่กฎหมายกำหนด)
- ถอนความยินยอมได้ทุกเมื่อ โดยไม่กระทบการประมวลผลที่ทำไปแล้วก่อนถอน
- ร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หากเห็นว่าเราฝ่าฝืนกฎหมาย
เราจะพิจารณาและตอบคำขอภายใน 30 วันนับแต่ได้รับคำขอพร้อมหลักฐานยืนยันตัวตน บางกรณีเราอาจปฏิเสธได้ตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ข้อมูลที่ต้องเก็บตามกฎหมาย หรือจำเป็นต่อการก่อตั้ง ใช้ หรือป้องกันสิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย และจะแจ้งเหตุผลให้ทราบ
10. ข้อมูลอ่อนไหวและข้อควรระวังเมื่อกรอกฟอร์ม
- กรอกเท่าที่จำเป็นต่อการเริ่มปรึกษา อย่าใส่เลขประจำตัวประชาชน เลขบัญชี รหัสผ่าน หรือรหัส OTP ในช่องรายละเอียด
- ข้อมูลอ่อนไหว เช่น ข้อมูลสุขภาพ ศาสนา ประวัติอาชญากรรม หรือชีวภาพ ควรเล่าเฉพาะที่จำเป็น เราจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งก่อนใช้ในกรณีที่กฎหมายกำหนด
- ห้ามแนบหรือส่งภาพ/คลิปส่วนตัวที่เป็นปัญหาผ่านฟอร์ม ฟอร์มรับเฉพาะข้อความ — หากเป็นเรื่องภาพส่วนตัว ให้อธิบายด้วยคำพูด แล้วเราจะแจ้งวิธีส่งหลักฐานที่ปลอดภัยกลับไป
- การส่งฟอร์มไม่ทำให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างทนายความกับลูกความ จนกว่าจะตกลงรับว่าความเป็นลายลักษณ์อักษร และกำหนดเวลาตามกฎหมายยังเดินต่อไป (เช่น 3 เดือนของความผิดต่อส่วนตัว) โปรดอย่ารอคำตอบจนเกินกำหนด
11. ผู้เยาว์
เว็บไซต์นี้ออกแบบสำหรับผู้บรรลุนิติภาวะ หากผู้ใช้อายุไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์และยังไม่บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส ควรให้ผู้ปกครองเป็นผู้ติดต่อ หากเราพบว่าเก็บข้อมูลของผู้เยาว์โดยไม่ได้รับความยินยอมที่ถูกต้อง เราจะลบข้อมูลนั้น
12. การแก้ไขนโยบาย
เราอาจปรับปรุงนโยบายนี้เป็นครั้งคราว และจะแสดงวันที่ปรับปรุงล่าสุดไว้ที่ด้านบนของหน้า หากมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ เราจะแจ้งให้ทราบผ่านเว็บไซต์ก่อนมีผลบังคับใช้
13. ติดต่อเรา
หากต้องการใช้สิทธิหรือมีคำถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล ติดต่อได้ผ่าน หน้าติดต่อปรึกษากฎหมาย โดยระบุหัวข้อ “คำขอเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล” หรือติดต่อที่สำนักงานตามที่อยู่ในข้อ 1
ร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับ: สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)